Laminar Flow & Biohazard Class II

Biohazard Class II

Biohazard Class II

Laminar Flow

Laminar Flow

Standard Reference

Microbiological
Safety Cabinet
Air Quality Filtration Electrical Safety
EN 12469 : 2000 US Federal standard 209E
ISO 14644.1 class 3. Worldwide
EN 1822. Europe IEC 61010-7 Worldwide

 

General Specifications

LV1250

LV1550

LH1250

LH1550

BV1250

BV1550

External Dimension (L x W x H) (mm.)

1250 x 850 x2075 /

49 x 33 x 812

1550 x 850 x 2075 /

60 x 33 x 81

1250 x 850 x 2075 /

49 x 33 x 812

1550 x 850 x 2075 /

60 x 33 x 81

1250 x 850 x 2075 /

60 x 33 x 81

1550 x 850 x 2075 /

60 x 33 x 812

Internal Work Zone (L x W x H) (mm.)

1180 x 650 x 600

1480 x 650 x 600

1180 x 560 x 600

1480 x 650 x 600

1180 x 560 x 600

1480 x 650 x 600

Weight

200

240

200

240

260

270

Filter Type

HEPA Filter with internal guardsand filter frame gasket (Test method EN 1822)

Filter Efficiency

Minimum : 99.995% at 0.3 um – typical = 99.999% (HEPA CLASS H14)

Noise Level

Typically <65 dB (Standard EN 12464 : 2000)

Light Intensity (Lux)

At least 750 lux (Standard EN 12464 : 2000)

UV Concentration

>400 mw / m3 (Standard AS 1807)

Main Body Construction

1.0 mm / 0.39” electro-galvanized steel with oven-baked epoxy power coated finish

Side Wall Construction

6 mm / Tempered glass

Work Surface Construction

1.0 mm / 0.39” stainless steel grade 304

Maximum power consumption / Current 220-240 VAC/50HZ

215W / 1.1A

250W / 1.1A

215W / 1.1A

250W / 1.1A

215W / 1.1 A

250W / 1.1A

ตู้ปลอดเชื้อ (Biological Safety Cabinet; ตู้ไบโอฮาซาร์ด) คืออะไร?

ตู้ปลอดเชื้อ Biological Safety Cabinet (BSC) หรือบางครั้งเรียกว่า Biological Safety Cabinet ที่เข้าใจในประเทศไทยว่า "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" คือหนึ่งในอุปกรณ์ห้องแล็บที่ออกแบบเพื่อใช้งานกับสิ่งที่เป็นอันตราย (Biohazardous Agents/Material) เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงสารเคมีบางอย่าง โดยอาศัยการกรองของ HEPA Filter ให้ได้อากาศที่สะอาด (Clean Particle-Free Air) ในพื้นทื่ทำงาน โดยทั่วไปตู้ปลอดเชื้อประเภทนี้มีความสามารถในการป้องกันขณะใช้งาน ดังนี้

1. ป้องกันผู้ปฏิบัติงานจากงานหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายภายในตู้ปลอดเชื้อ (Personnel Protection)
2. ป้องกันงานหรือผลิตภัณฑ์จากการปนเปื้อน (Cross Contamination) กับสิ่งแปลกปลอมต่างๆภายนอก (Product Protection)
3. ป้องกันสภาพแวดล้อมภายนอก (หรือภายในห้องที่เครื่องตั้งอยู่) จากงานหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายภายในพื้นที่ทำงาน

ตู้ปลอดเชื้อแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

ตู้ปลอดเชื้อ Biological Safety Cabinet สามารถแบ่งเป็นสามประเภท ขึ้นอยู่กับขอบข่ายการใช้งานและความสามารถในการป้องกันผู้ปฏิบัติงาน (Personnel) ผลิตภัณฑ์ (Product) และสิ่งแวดล้อม (Environment) ดังนี้

BSC Class I : ป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น (Personnel and Environment Protection Only)

1. อากาศจากภายนอกถูกดูดผ่านพื้นที่ทำงานภายในเครื่อง โดยกรองโดยแผ่นกรอง HEPA Filter ที่อยู่ด้านบนของเครื่องแล้วจึงถูกปล่อยออกภายนอก โดยงานหรือผลิตภัณฑ์จะไม่ได้รับการป้องกันจากสิ่งปนเปื้อนภายนอกใดๆทั้งสิ้น (อากาศจากภายนอกพัดผ่านผลิตภัณฑ์โดยตรง โดยไม่ได้ถูก HEPA Filter กรองให้เป็นอากาศแต่อย่างใด)
2. ผู้ปฏิบัติงานได้รับการป้องกันจากงานที่เป็นอันตรายต่างๆ เนื่องจากอากาศจากภายนอกจะถูกดูดผ่านเข้าไปในพื้นที่ทำงาน ทำให้สิ่งอันตรายเหล่านั้นไม่สามารถวิ่งสวนทางออกมาทำอันตรายกับผู้ปฎิบัติงานได้ (Personnel Protection)
3. ตู้ปลอดเชื้อชนิดนี้มีลักษณะการทำงานเหมือนกับตู้ดูดควัน (Fume Hood) แต่จะแตกต่างกันที่ตู้ปลอดเชื้อนี้มีการติดระบบการกรองด้วย HEPA Filter ทำให้สามารถป้องกันสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ด้วย (โดยปกติ ในตู้ดูดควันจะไม่มีการติด HEPA Filter)
4. เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องในระดับ Biosafety Level 1, 2 และ 3
5. เนื่องด้วยข้อจำกัดในการป้องกันอันตราย ซึ่งไม่สามารถป้องกันผู้ปฏิบัติงานได้ ทำให้ตู้ปลอดเชื้อชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมและใช้งานในปัจจุบัน

BSC Class II : ป้องกันผู้ปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม (Personnel, Product and Environment Protection)

อากาศจากภายนอกถูกดูดเข้าไปในเครื่องผ่านรูตระแกรงด้านหน้า (Front Perforation) โดยไม่ผ่านพื้นที่ทำงานด้านใน เข้าไปด้านหลังเครื่องและถูกกรองโดย HEPA Filter ที่ด้านบนของเครื่อง กลายเป็นอากาศสะอาด (Clean Particle-Free Air) พัดลงมาภายในพื้นที่ทำงาน การหมุนเวียนของอากาศลักษณะนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์หรืองานที่กำลังทำอยู่ถูกป้องกันจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก (Product Protection)

1. โดยมากทิศทางของอากาศจะเป็นแนวดิ่งวิ่งผ่านจากด้านบนของพื้นที่ทำงานลงมาด้านล่าง (Vertical Unidirectional Airflow)
2. อากาศที่วิ่งผ่านพื้นที่ทำงานแล้วจะกระจายออกเป็นสองส่วนวิ่งตรงไปที่รูตระแกรงด้านหน้าและหลังเครื่อง (Front and Rear Air Grills) โดยไม่มีส่วนที่เล็ดรอดออกมาทำอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้เลย (Personnel Protection)
3. เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องในระดับ Biosafety Level 1, 2 และ 3
4. ตู้ปลอดเชื้อชนิดนี้เป็นที่นิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความสามารถในการป้องกันที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อม

BSC Class III : ป้องกันผู้ปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม (Personnel, Product and Environment Protection)
เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องในระดับ Biosafety Level 1, 2, 3 และ 4

1. ถือเป็นตู้ปลอดเชื้อที่มีระดับความปลอดภัยสูงสุด และเหมาะกับงานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อที่เป็นอันตรายมากที่สุด โดยจะเห็นได้จากการมีตัวกลางป้องกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับผลิตภัณฑ์โดยตรง (Physical Barrier) เช่น ช่องสวมถุงมือ เป็นต้น
2. ขณะใช้งานเครื่อง แรงดันภายในพื้นที่ทำงานจะอยู่ในสภาพ Negative Pressure เมื่อเทียบกับภายนอกเพื่อปกป้องการแพร่กระจายของสิ่งอันตรายออกมาภายนอก
3. โดยมากมักมีการใช้ HEPA Filter สองตัวต่อแบบอนุกรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการกรองและป้องกันสิ่งอันตรายที่จะเล็ดรอดสู่ภายนอก

Biosafety Level 1, 2, 3 และ 4 คืออะไร?

Biosafety Level 1 ถึง 4 เป็นระดับความปลอดภัยที่หน่วยงาน CDC (Centers for Disease Control and Prevention) และ NIH (National Institutes of Health) ของประเทศอเมริกา กำหนดให้ใช้เกี่ยวกับงานในห้องปฏิบัติการต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

1. Biosafety Level 1
ว่าด้วยระดับงานในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต (Microorganisms) ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานใดๆทั้งสิ้น โดยทั่วไปสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตู้ปลอดเชื้อ

2. Biosafety Level 2
ว่าด้วยระดับงานในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต (Microorganisms) ที่สามารถก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ อาทิเช่น ไวรัส Hepatitis B, HIV หรือ Salmonella เป็นต้น

3. Biosafety Level 3
ว่าด้วยระดับงานในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต (Microorganisms) ที่สามารถก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและถ่ายทอดต่อกันทางระบบหายใจ รวมทั้งสามารถทำให้เสียชีวิตได้ อาทิเช่น Mycobacterium Tuberculosis, St. Louis Encephalitis Virus และ Coxiella Burnetti เป็นต้น
งานที่เกี่ยวข้องใน Biosafety Level 3 นี้ จำเป็นจะต้องทำในตู้ปลอดเชื้อ (ตู้ไบโอฮาซาร์ด) Class I หรือ II เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

4. Biosafety Level 4
ถือเป็นระดับงานในห้องปฏิบัติการที่อันตรายและต้องการความระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากเชื้อโรคเหล่านี้สามารถทำให้เสียชีวิตได้ รวมทั้งก่อให้เกิดการระบาดผ่านทางอากาศได้
การทำงานใน Biosafety Level 4 นี้ มีความจำเป็นจะต้องทำในตู้ปลอดเชื้อ Class III เท่านั้น รวมไปถึงการสวมใส่ Air-Supplied Positive-Pressure Personnel Suit ด้วย

แหล่งข้อมูล: Biosafety in Microbiology and Biomedical Laboratories, U.S. Department of Health and Human Services, HHS publication (CDC), 4th edition, April 1999.

Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์) คืออะไร?

Laminar Flow Clean Bench คือตู้ปลอดเชื้อที่มีการใช้แผ่นกรอง HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อกรองเชื้อโรค สิ่งปนเปื้อน รวมทั้งฝุ่นละอองต่างๆ โดยมีจุดประสงค์หลักคือป้องกันผลิตภัณฑ์หรืองานที่ทำภายในพื้นที่ทำงานจากการเกิด Cross Contamination (Product Protection)

ในปัจจุบัน Laminar Flow Clean Bench มีการใช้งานแพร่หลาย นอกจากงานในห้องแลบแล้ว ยังรวมไปถึงโรงพยาบาล อุตสาหกรรมอาหาร ยา และ อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการผลิตยานอวกาศอีกด้วย

หลักการทำงานเบื้องต้นของ Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์)

จุดประสงค์คือการสร้างสภาวะอากาศปลอดเชื้อ (Clean Particle-Free Air) ภายในพื้นที่ทำงานของเครื่องและป้องกันโอกาสการเกิด Cross Contamination จากสิ่งปนเปื้อนภายนอก

  1. อากาศสกปรก (Contaminated Air) ภายในห้องที่ใช้งานถูกดูดผ่านเข้าไปในตู้ลามินาร์โดยไม่ผ่านพื้นที่ทำงานภายในเครื่อง
  2. อากาศสกปรก (Contaminated Air) วิ่งผ่านแผ่นกรอง HEPA Filter ถูกกรองกลายเป็นอากาศสะอาด (Clean Particle-Free Air) และถูกส่งผ่านมายังบริเวณพื้นที่ทำงานภายในเครื่อง
  3. อากาศสะอาดในบริเวณพื้นที่ทำงาน จะเคลื่อนที่ผ่านงานที่เรากำลังทำและถูกพัดออกมาทางด้านหน้าของเครื่องในที่สุด

การใช้งาน Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์)

หัวใจหลักของการม่านอากาศสะอาดเพื่อป้องกันงานภายในพื้นที่ทำงานคือแผ่นกรอง HEPA Filter

Laminar Flow Clean Bench หรือ "ตู้ลามินาร์" เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับสารหรือเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายเท่านั้น (Non-Hazardous Agents/Microbial)

  1. Laminar Flow Clean Bench หรือ "ตู้ลามินาร์" ทำหน้าที่ป้องกันงาน (Product Protection) เท่านั้น แต่ไม่ป้องกันผู้ปฏิบัติงาน (Personnel Protection) และสิ่งแวดล้อม (Environment Protection) ใดๆ ทั้งสิ้น
  2. Laminar Flow Clean Bench หรือ "ตู้ลามินาร์" แตกต่างจากตู้ดูดควัน (Fume Hood) และไม่สามารถนำมาใช้งานแทนกันได้ ผู้ปฏิบัติงานจะได้รับอันตรายจากสารเคมีต่างๆหากมีการนำเครื่องนี้ไปใช้แทนตู้ดูดควัน

Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์) ไม่ใช่ Biological Safety Cabinet (ตู้ไบโอฮาซาร์ด)

อุปกรณ์ห้องแลบสองเครื่องนี้เป็น "ตู้ปลอดเชื้อ" เหมือนกันทั้งคู่ หากแต่วัตถุประสงค์การใช้งานและระดับความปลอดภัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องจำเป็นของผู้ใช้งานที่จะต้องเข้าใจถึงความแตกต่างเพื่อจะได้เลือกใช้งานเครื่องทั้งสองชนิดนี้ได้อย่างถูกต้อง

  1. "ตู้ลามินาร์" สามารถป้องกันได้เฉพาะตัวผลิตภัณฑ์หรืองานที่กำลังทำอยู่เท่านั้น (Product Protection Only) ในขณะที่ "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" (บางรุ่น) สามารถป้องกันได้ทั้งสามองค์ประกอบได้แก่ งาน ผู้ปฏิบัติงาน และสิ่งแวดล้อม (Product, Personnel and Environment Protection)
  2. "ตู้ลามินาร์" ไม่สามารถนำมาใช้กับงานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคที่อันตราย (Biohazardous Material) เช่น เชื้อ Tuberculosis และ Infectious Agents รวมทั้งสารเคมีที่อันตรายต่างๆ (Hazardous Chemicals) ได้ซึ่งงานเหล่านั้นจะเหมาะกับ "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" มากกว่า
  3. "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" มีตระแกรงช่องลม (Air Grill) ที่บริเวณด้านหน้าและหลังของพื้นที่ทำงาน ส่งผลให้เกิดคุณสมบัติในการป้องกันผูปฏิบัติงานได้ (Personnel Protection) ซึ่ง "ตู้ลามินาร์" จะไม่มีตระแกรงช่องลมนี้ใดๆทั้งสิ้น
  4. "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" จะมีแผ่นกรอง HEPA Filter อย่างน้องสองตัว โดยจะมีหนึ่งในนั้นอยู่ทำช่องลมออก (Exhaust HEPA Filter) ทำหน้าที่กรองอากาศก่อนที่จะปล่อยผ่านออกจากเครื่อง ทำหน้าสามารถป้องกันสภาพแวดล้อมภายนอกได้ (Environment Protection) ในขณะที่ "ตู้ลามินาร์" จะมีแผ่นกรอง HEPA Filter เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น จึงไม่ได้ป้องกันสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด

แผ่นกรอง HEPA Filter

HEPA Filter ย่อมาจาก "High Efficiency Particulate Air" Filter ถือเป็นหัวใจหลักของตู้ปลอดเชื้อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น "ตู้ลามินาร์" หรือ "ตู้ไบโอฮาซาร์ด" ก็ตาม หน้าที่ของแผ่นกรองนี้คือการกรองสิ่งปนเปื้อน เชื้อโรค และฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศ แต่ไม่สามารถกรองก๊าซหรือสารระเหย (VOCs) ใดๆทั้งสิ้น

  1. Mechanisms หลักของ HEPA Filter ประกอบไปด้วย Impaction, Interception และ Diffusion
  2. แผ่นกรอง HEPA Filter มีความสามารถในการกรองอนุภาคต่างได้เล็กถึงขนาด 0.3 ไมครอน (หากเป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพ 99.99% จะหมายความว่า ทุกๆ 10,000 รูเล็ก จะมี 1 รูใหญ่ที่อนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนสามารถหลุดเล็ดรอดออกไปได้)
  3. ประสิทธิภาพการกรองของ HEPA Filter มีหลายระดับ ส่วนมากจะอยู่ในช่วง 99.95% - 99.99% ที่ขนาดอนุภาค 0.3 ไมครอน
  4. โดยทั่วไปงานที่เกี่ยวกับห้องแลบและเภสัชกรรม จะใช้ HEPA Filter ประสิทธิภาพ 99.99% ที่ขนาด 0.3 ไมครอนเป็นหลัก

ประเภทของ Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์)
Laminar Flow Clean Bench หรือ "ตู้ลามินาร์" สามารถแบ่งได้ออกเป็นสองประเภทตามทิศทางการไหลของอากาศสะอาด (Clean Particulate-Air) ภายในเครื่องดังนี้

1. Horizontal Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์ชนิดลมเป่าตามแนวนอน)

อากาศสะอาด (HEPA-Filtered Air) วิ่งผ่านออกมาจากแผ่นกรอง HEPA Filter ด้านหลังเครื่องผ่านพื้นที่ทำงานออกมาทางด้านหน้าเครื่องในทิศทางตามแนวนอน

2. Vertical Laminar Flow Clean Bench (ตู้ลามินาร์ชนิดลมเป่าตามแนวดิ่ง)

อากาศสะอาด (HEPA-Filtered Air) วิ่งผ่านออกมาจากแผ่นกรอง HEPA Filter ด้านบนเครื่องเหนือพื้นที่ทำงานผ่านพื้นที่ทำงานออกมาทางด้านหน้าเครื่องในทิศทางตามแนวดิ่ง